สาระธรรม

วางแล้วสุข
 
                                                                                                                                                                                       
 
  การวาง  เรามักจะหมายถึงการวางของที่หนัก ฉะนั้น การที่เราพิจารณาได้ว่าอะไรที่ควรวาง อะไรที่ไม่ควรวาง อะไรบ้างที่ทำให้ชีวิตเรารู้สึกหนักเรามาพิจารณาคำสองคำ คือ ภาระ และ หน้าที่ ถ้าเราทำหน้าที่ด้วย ฉันทะ ด้วยความรัก ความกระตือรือร้น ความตั้งใจ หน้าที่ก็คือหน้าที่ หากเมื่อใดเราปล่อยให้มีสิ่งรกสมองเข้ามาครอบงำจิตใจ ความรู้สึกต่อการกระทำของเราจะเปลี่ยนไปทันที ความรู้สึกที่เคยเบิกบาน ความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่จะเป็นความหนักใจในภาระที่มี การทำหน้าที่ไม่ได้มีอะไรเปลียนแปลง ความรู้สึกต่างหากที่เปลี่ยนแปลงไป

   
การวางภาระ จึงไม่ได้หมายถึงการปล่อยปะละเลยสิ่งที่เป็นหน้าที่  ตรงกันข้ามกลับอยู่ที่การรักษาความรู้สึกในการทำหน้าที่ ไม่ให้เสื่อม ไม่ให้มีความรู้สึกที่หนักใจเกิดขึ้นในจิตใจของเรา  เราพึ่่งพระรัตนตรัยตลอดชีวิตได้โดยไม่ต้องสงสัย ที่พึ่งนอกจากนั้นเป็นที่พึ่งทรยศ จะช่วยเราจริงๆ ไม่ได้แม้ว่าเราจะพึ่งมันได้เป็นบางครั้งคราว แต่ว่าถึงที่สุดแล้ว มันก็จะหนีจากเราไป เพราะมันเป็น สังขาร หมดเราจึงพยายามปฏิบัติเพื่อบรรลุสิ่งที่เรียกว่า วิสังขาร สิ่งที่อยู่เหนือ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย การจะฆ่ากิเลสหรือนิวรณ์นั้น ต้องเข้าใจคำว่า ฆ่า นั้นหมายถึง การรู้เท่าทัน ฆ่าด้วยการรู้เท่าทัน

    การปฏิบัติทุกขั้นตอน อย่าไปปฏิบัติเพื่อจะเป็น เพื่อจะเอา เพราะจะเป็นการปฏิบัติที่เป็นการพายเรือในอ่าง ไม่เป็นการปฏิบัติที่จะข้ามไปฝั่งโน้น เพราะเรากลัวตัวเอง กลัวอยู่กับตัวเอง ก็ต้องเดินออกนอกอยู่ตลอดเวลา ซัดส่ายไปตามอารมณ์ภายนอกอยู่ตลอดเวลา เลยเป็นทาสของสิ่งภายนอกอยู่ร่ำไป  สิ่งภายนอกขึ้นๆ ลงๆ เราก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามความเคลื่อนไหวของสิ่งเหล่านั้น จิตใจของเราก็ไหวกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา ไหวกระเพื่อมจนกระทั่งเราถือความวุ่นวายว่าเป็นความปกติ

                 ถึงแม้ว่าการปฏิบัติของเรานั้น ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่า
ปฏิบัติชอบ ก็อย่างน้อยที่สุด ขอให้เรา ชอบปฏิบัติ เสียก่อน
 
                                            พระอาจารย์ชยสาโร  ภิกขุ

                         ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์