สาระธรรม

เหรียญ มีสามด้าน
   
               
                 คนส่วนใหญ่มักจะเชื่อกันว่า เหรียญมีสองด้าน คือด้านหัวกับด้านก้อย  จึงคุ้นอยู่กับการมองเหรียญเพียงสองด้านจนเป็นนิสัย  ไม่เห็นด้านหัวก็เห็นด้านก้อยเหมือนการมองสิ่งต่างๆที่ตนสัมผัสอยู่ในชีวิตประจำวัน  จะเกิดความรู้สึกต่อสิ่งที่มากระทบไปในทางที่ชอบไม่ชอบหรือยินดี ยินร้าย เหมือนเห็นเหรียญเพียงสองด้านนั่นเอง  ความรู้สึกชอบนำมาซึ่งความอยาก  เป็นพลังดึงดูดให้เราอยากเสพในรูป  เสียง กลิ่น รส สัมผัสตามที่ตนชอบ โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่ต่างอยากเสพและอยากได้ในสิ่งที่ตนพอใจทั้งสิ้น
               
                ครั้นเผชิญกับสิ่งที่ตนไม่พอใจก็เกิดความรู้สึกไม่ชอบต่อสิ่งนั้นทันที ความไม่ชอบเป็นพลังผลักไส ไม่ชอบคนบางคน ไม่ชอบสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความอยากเสพในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  อันเป็นสาเหตุให้เกิดทุกข์ เหตุใดเมื่ออยากในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงเป็นเหตุให้มีความทุกข์ด้วย  โดยทั่วไปแล้วเมื่อชอบสิ่งไหนก็อยากได้ในสิ่งนั้น  ครั้นเมื่ออยากได้ อยากมี อยากเป็น ต้องเสาะหาสิ่งนั้นมาเสพครอบครอง การเสาะหานับเป็นความทุกข์ในเบื้องต้น  เพราะในช่วงที่ยังไม่ได้  ใจก็ผูกพันต่อสิ่งนั้น  คอยรบเร้าจิตใจไม่ให้มีความสุข  แม้ความปรารถนาในสิ่งที่ตนอยากได้จะสมหวังก็ต้องทุกข์กับสิ่งดังกล่าวอีก เช่น เมื่อได้ตำแหน่งสูงขึ้น  ทำให้มีปัญหาในการบริหารงานมากขึ้น  มีความเครียดหรือทุกข์มากขึ้น  ในทำนองเดียวกัน เมื่อมีครอบครัวที่มีความรักความอบอุ่น ก็เพิ่มความห่วงใย  อันทำให้ใจวิตกกังวล ว่าบุคคลอันเป็นที่รักจะได้รับความลำบาก โดยกฎของธรรมชาติ สิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ไม่สามารถบังคับได้ดังปรารถนาเพราะไม่ใช่ของใครจริง  เพราะในที่สุดแล้วสรรพสิ่งทั้งหลายต้องเก่าแก่เสื่อมสภาพและแตกสลายไป แม้ชีวิตก็มีความพลัดพรากและความตายเป็นที่สุด
                 
                ครั้นตนไม่สามารถบังคับสิ่งนั้นให้ผ่านพ้นไปได้  ก็ทุกข์ใจอยู่กับสิ่งนั้น  ความทุกข์ทั้งหลายในชีวิตมาจากใจที่เห็นผิดนั่นเอง
คือใจที่มองไม่เห็นความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ไม่รู้ว่าเหรียญมีสามด้าน นอกจากด้านหัว ด้านก้อยที่ตนคุ้นเคยเห็นอยู่ในวิถีชีวิตแล้ว แท้จริงระหว่างด้านหัวกับด้านก้อยก็ยังมีด้านสันของเหรียญ  ที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้เหรียญทั้งสองด้านติดกันอยู่   หากเรามองด้านที่เป็นกลางคือด้านสันของเหรียญให้คุ้นเคยแล้ว เราก็จะวางใจที่เป็นกลางหรือเที่ยงธรรมได้  แทนที่จะไปติดอยู่กับด้านหัว ด้านก้อย หรือชอบ กับชัง เหมือนอดีตที่ผ่านมา ชอบก็เป็นทุกข์ ชังก็เป็นทุกข์ ไม่ชอบไม่ชัง คือใจที่เป็นกลางเป็นอุเบกขา ย่อมพ้นจากความทุกข์ใจได้
             
               
ในเสียก็มีดี ในดีก็มีเสีย ฝึกมองให้เห็นตามความเป็นจริงและวางใจให้เที่ยงธรรม  ต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของทุกๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  สิ่งที่เราชอบเพราะเห็นว่าดีก็ใช่ว่าจะดีตลอดไป  ในทำนองเดียวกันสิ่งที่เราไม่ชอบเพราะเห็นว่าไม่ดีก็ใช่ว่าจะไม่ดีอยู่ตลอดเวลา  โดยเฉพาะพฤติกรรมหรือกรรมของสัตว์บุคคลย่อมทำทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีเป็นวิถีชีวิต  ส่วนวัตถุสิ่งของนั้นเดินทางไปสู่ความเก่า เสื่อมสภาพ และผุพังในที่สุด  การที่ใจของเรายังชอบ ยังชังอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นเพราะยังยึดหรือมีอุปาทาน ต่อสิ่งนั้นนั่นเอง
             
               ฝึกใจ มองให้เห็นความเป็นจริงพยายามที่จะอยู่กับด้านที่สามของเหรียญ  คือด้านที่เป็นกลางหรือวางใจเป็นอุเบกขาเพื่อถอดถอนความชอบ ความไม่ชอบ ออกเสียให้ได้ ความยึดติด ต่อสิ่งนั้นก็จะคลายลงหรือหมดไป  ใจก็จะเป็นอิสระ  ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งต่างๆ เพราะเข้าใจตามความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลายว่า มีธรรมชาติที่ไม่เที่ยง  เป็นทุกข์เพราะถูกบีบคั้นกดดัน  ไม่สามารถคงทนอยู่ในสภาพเดิมได้ จงอยู่อย่างมีสติปัญญา มิใช่อยู่อย่างมีกิเลสตัณหา เมื่อนั้นใจของเราก็จะร่มเย็นเป็นสุขได้
                                   
                                จากหนังสือ “พาใจไปพบสุข”            
 
                             พระอาจารย์ชาญชัย  อธิปญฺโญ
               ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์