สาระธรรม

ผู้แบกภาระ
        


            การเชื่อฟังคำสั่งของขันธ์ 5 เราจึงต้องออกไปเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ขันธ์ 5 ต้องการแล้ว ต้องการเล่า ในการสนองความต้องการของขันธ์ 5  เราจึงได้ทำและยังต้องทำต่อมากมายหลายสิ่งทั้งดีและไม่ดีในชีวิตของเรา สิ่งต่าง ๆ นี้ เป็นกิจของสังขารขันธ์ เมื่อเราได้ในสิ่งที่มันต้องการ  เรากล่าวว่า “ฉันเป็นนายของชีวิตฉัน”  โดยที่แท้ เราเป็นแต่เพียงสนองความต้องการของขันธ์ 5 เราเป็นเพียงทาส ทาสแห่งขันธ์ 5
             
           ตราบใดที่เรายังไม่ทราบความจริงอันลึกซึ้งนี้ย่อมไม่มีทางที่จะทราบว่าเมื่อใดเราจะหลุดพ้นจากความเป็นทาสแห่งขันธ์ 5 เมื่อเราทราบว่าเรากำลังอยู่อย่างไรและเรากำลังอยู่เพื่อสิ่งใด คือเมื่อทราบว่าเรากำลังอยู่โดยเป็นทาสแห่งขันธ์ 5  เราย่อมรู้สึกละอายต่อชีวิตของเราเอง  พวกเราบางคนอาจถึงกับช็อค  ผิดหวังและซึมเศร้าเมื่อทราบความจริงนี้ ใช่แต่เท่านั้น เราย่อมจะตระหนักว่า แท้ที่จริงเมื่อเรายังรับใช้ความต้องการของขันธ์ 5  อยู่ในแบบเดิม ๆ เหมือนเคยถือว่าเราเป็นนายเหนือชีวิตของเรานั้นมิใช่ฐานะที่จะมีได้ เรากำลังเป็นทาสรับใช้อยู่ตลอดเวลา
           
           ในตอนนี้เราได้เห็นวิธีที่ขันธ์ 5 ทำกิจและบงการพวกเราอยู่ตลอดเวลา ขันธ์ 5 ร่วมกันทำกิจของตน เราก็ทำตามคำสั่งอยู่เสมอเนื่องมาจากสักกายทิฏฐิ ขันธ์ 5 กับ “ ฉัน” จึงแยกกันไม่ออก การเห็นผิดว่าความต้องการของขันธ์ 5 คือความประสงค์ของเรา  เราจึงปรนนิบัติรับใช้ความต้องการของขันธ์ 5 ขันธ์ 5 ทรมานเรา ขันธ์ 5 เป็นภาระหนักยิ่ง เรากำลังแบกภาระแห่งขันธ์ของเรามิใช่แค่ชั่วเวลาสั้นๆ มิใช่แค่หนึ่งนาที  มิใช่แค่หนึ่งชั่วโมง  มิใช่แค่หนึ่งวัน  มิใช่แค่หนึ่งชีวิต มิใช่แค่หนึ่งโลกหรือมิใช่แค่หนึ่งกัป มิใช่เพียงแค่นั้น เราได้แบกภาระหนักยิ่งนี้มาตั้งแต่แรกเริ่มแห่งวัฏฏสงสาร  อันไม่สิ้นสุดและไม่มีใครรู้เบื้องต้น และก็ไม่มีทางรู้ว่าเมื่อใดจะสิ้นสุดหากว่าเรายังคงใช้ชีวิตเราทำสิ่งเดิม ๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ขันธ์ 5 จึงเป็นภาระหนักแท้จริง ๆ แล้วขันธ์ 5 เป็นภาระหนักมากซึ่งเรากำลังแบกอยู่และจะยังคงแบกต่อไป เว้นแต่ว่าเราวางลงได้
           
           การหลุดพ้นจากภาระเหล่านั้นเป็นฐานะที่จะมีได้แม้เพียงชั่วคราว พวกเขามีบางเวลาที่จะหลุดพ้นจากการแบกความรับผิดชอบที่ชื่อว่า ภาระ อย่างไรก็ตามพนักงานผู้กำลังทำงานและกำลังรับใช้เพื่อความต้องการขององค์กรที่ชื่อว่าขันธ์ 5 ไม่มีโอกาสที่จะวางภาระลงแม้แต่แค่หนึ่งนาทีนี้ มิใช่แต่เพียงแค่ชีวิตในปัจจุบันชาติแต่ได้เป็นมาเสมอ และก็จะยังเป็นเช่นนั้นเสมอตลอดชีวิตอันนับไม่ถ้วนในวัฏฏสงสาร      
                                               
                                              พระอาจารย์เรวตะ
                        ประธานกัมมัฏฐานาจริยะ ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติพะเอ้า ตอยะ
                                   
                               ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์