สาระธรรม

รับได้กับสิ่งที่ได้รับ



            มีบางครั้ง บางครา บางคราว และบางคน  ที่พอได้รับอะไร ๆ มาแล้ว กลับไม่สามารถรับได้กับสิ่งที่ได้รับแท้จริงแล้วก็คือว่า  เราควรจะยอมรับหรือรับได้กับสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  เรื่องราวใด ๆ ทุกสรรพสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นกับเรา  แต่ว่าถ้าขณะใด ยามใด เมื่อใด หรือคราใด ที่ไม่อาจสามารถรับได้จริง ๆ  ก็ให้ยอมรับว่ารับไม่ได้ และก็กำหนดรู้หรือรู้ที่จิตใจลงไปเลยตามความเป็นจริง
            ไม่ใช่ว่าพอรับอะไรไม่ได้ก็ไปปฏิเสธผลักไส ตีโพยตีพาย โวยวาย กลัดกลุ้มร้อนรุ่ม ร้องแรกแหกกระเชอ บ่นว่าเอะอะเสียงดัง เกรี้ยวกราดกรี๊ดกร๊าด พาลไปทั่ว  กลายเป็นนิสัยเจ้าโวยวายไป ดังนั้นเมื่อไม่ได้ก็ยอมรับว่ารับไม่ได้  และอย่าปล่อยให้สภาวะอาการของจิตดวงที่รับไม่ได้นี้ ลอยนวลอยู่ อย่าปล่อยให้ลอยหน้าลอยตาอยู่ ควรสกัดกั้นทันที  ตัดตอนทันที ด้วยสติสัมปชัญญะ อย่าหลงกลของกิเลสที่จรจาริกมาในขณะนั้น อย่าคลาดออกไปจากการกำหนดรู้ ระลึกรู้ หรือรู้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว  เราก็จะเป็นไปตามอาการดัง ที่กล่าว  เราไม่ได้รู้ ระลึกรู้  หรือกำหนดรู้เสียแล้ว  แต่เราเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ ไปทำอะไรก็ไม่รู้         
            สรุปว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรับได้หรือรับไม่ได้ ก็อย่าคลาดจากการเจริญสติปัฏฐาน ต้องรู้ ระลึกรู้ หรือกำหนดรู้นั่นเอง เพราะถ้าไม่รู้ก็จะหลงและตกเป็นทาสอยู่ในอำนาจของกิเลส  การเจริญสติปัฏฐานนี้จะทำให้เรามีความสมดุล มีเสียสมดุลของอารมณ์  การดีใจเกินไปซึ่งมาจากการรับได้ และการโวยวายออกไปซึ่งมาจากการรับไม่ได้ ทั้งสองกรณีนี้ทำให้จิตใจเสียคุณภาพ ไม่มีความเป็นปกติ  มีแต่ความไม่ปกติ
            ถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรจะเป็นปกติกันเสียที  ผิดปกติกันมานานมากแล้ว  พอกัน เลิกกันเสียที  ปุถุชชะโน  อุมมัตตะโก  วิยะ แปลว่า  ความเป็นอยู่ของปุถุชนเป็นไปประดุจดังคนบ้า  
                       
                                 ขอน้อมถวายพระนิพพานให้กับพระนิพพาน
                                          พระนวลจันทร์  กิตฺติปญฺโญ      
                      

                     จากหนังสือออกจากใจใช่ความคิด รู้ด้วยจิตใช่สมอง        
                  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์