สาระธรรม

ความสุขที่แท้จริงในศาสนาพุทธ
   
     
       แท้จริงแล้ว ความสุขคือเป้าหมายสูงสุดในศาสนาพุทธ แต่ต้องเป็นความสุขแบบยั่งยืนถาวร  ชนิดที่ไม่กลับกลายเป็นทุกข์ได้อีก นั่นคือความสุขใน " พระนิพพาน "  นิพพานเป็นสภาวะที่ปราศจากกิเลสเครื่องบีบคั้น เมื่อไม่มีกิเลสอีกแล้วจึงเป็นสุขอย่างยิ่ง  เป็นสุขชนิดที่ไม่อาจกลับมาเป็นทุกข์ได้อีกเลย  แม้เราจะยังไม่ทราบชัดด้วยตนเอง ว่า " นิพพานเป็นสุขอย่างไร ? " จะสุขมากหรือสุขน้อยกว่าการได้อยู่กับคนรัก ได้มีครอบครัวที่อบอุ่น หรือไม่ ?  แต่ปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าบอกให้รู้ชัดแล้วว่า เราทุกคนเคยเวียนว่ายตาย-เกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน  ความสุขใด ๆ ที่เราปรารถนาอยากได้ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ความสุขเหล่านั้นเราเคยประสบมาแล้วทั้งสิ้นในอดีตชาติ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรมาจนถึงปัจจุบันได้เลย เราก็ยังต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย และยังตกนรกแบบเดิม ๆ อีกเหมือนเดิม เพราะแม้แต่พระโพธิสัตว์ก็ยังไม่พ้นนรก  เพราะว่ายังมีการเกิดใหม่อีก
        
      ถ้าเราต้องการไม่ทุกข์อีกแล้ว เราก็ต้องเข้าถึงภาวะที่ไม่มีความเกิดอีกให้ได้ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่า " ในนิพพาน ไม่มีการเกิด ไม่มีการตาย" ฉะนั้น ความสุขในนิพพานจึงมิใช่ความสุขชนิดที่เป็นไป เพื่อความบีบคั้นกดดันอีกต่อไป ความสุขชนิดที่ไม่ต้องเสวยอารมณ์นั่นแหละ เป็นความสุขที่แท้จริง ส่วนความสุขที่เสวยอารมณ์อยู่นั้นยังตกอยู่ในกฎพระไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง ไม่คงทนสภาพ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา  ดังนั้น ความสุขที่ยังเสวยอารมณ์นั้นจึงได้ชื่อว่า " วิปริณามทุกข์ " เพราะความสุขชนิดนั้นยังวิปริตผันแปรไปเป็นทุกข์ได้อีกเสมอ ๆ ส่วนความสุขในนิพพานนั้น  ไม่ใช่สุขเวทนา แต่เป็นสันติสุข จึงไม่มีวันที่ผันแปรไปเป็นอย่างอื่นได้อีกแล้ว

                                             พระภาวนาพิศาลเมธี วิ.(ประเสริฐ มนฺตเสวี)
        
                                  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์