สาระธรรม

พระติสสเถระ


      พระติสสเถระ ท่านศึกษาในวิธีการปฎิบัติกรรมฐาน ท่านออกไปอยู่ป่าเพื่อบำเพ็ญเพียร วันหนึ่งพระติสสเถระได้ไปเยี่ยมบ้านของนายช่างเจียระไนแก้วเพชรพลอย ซึ่งคุ้นเคยกันมาเป็นเวลา 12 ปี ในขณะที่นายช่างเจียระไนแก้วกำลังนั่งหั่นเนื้ออยู่ต่อหน้าพระติสสเถระ มือก็เปื้อนเลือดของเนื้อสัตว์ วันนั้นพอดีมีราชบุรุษของพระเจ้าปเสนทิโกศลได้นำแก้วมณีดวงหนึ่งที่พระราชาให้นำมามอบให้นายช่างได้เจียระไน นายช่างก็รับแก้วมณี ในขณะที่มือยังเปื้อนเลือดอยู่ รับแล้วก็เอาแก้วมณีวางไว้ตรงนั้น แล้วตัวเองก็เข้าไปหลังบ้านเพื่อไปล้างมือ พอออกมาก็ไม่เห็นแก้วมณี ก็ตกใจ ถามภรรยา ภรรยาก็บอกไม่รู้ไม่เห็น ถามบุตรทุกคนก็ไม่มีใครรู้ใครเห็น นายช่างก็เลยเกิดความสงสัยว่า อาจจะเป็นพระติสสะที่หยิบแก้วมณีไป เพราะไม่มีใครคนอื่นแล้ว ก็มีแต่พระเท่านั้นที่นั่งอยู่ตรงนี้ ก็สอบถามท่านว่าได้เห็นแก้วมณีบ้างไหม ท่านเอาแก้วมณีไปหรือเปล่า ท่านบอกว่าท่านไม่ได้เอาแก้วมณีไป

      ความจริงคือ นกกระเรียนที่นายช่างแก้วเลี้ยงเอาไว้ มันเห็นแก้วมณีที่เปื้อนเลือด นึกว่าเป็นชิ้นเนื้อ เป็นอาหาร มันก็เลยกลืนแก้วมณีลงไป พระติสสะท่านก็เห็นแล้วว่า นกกระเรียนกลืนแก้วมณีลงไป แต่ครั้นนายช่างมาถาม ท่านก็ไม่บอกความจริง เพราะถ้าบอกไป นกกระเรียนต้องโดนฆ่าแน่ นี่คือท่านรักษาศีลด้วยชีวิต ไม่ยอมบอกความจริงที่จะทำให้ชีวิตอื่นต้องพินาศ แม้นายช่างแก้วจะคาดคั้น ท่านก็บอกเพียงว่า ท่านไม่ได้เอาไป แต่ท่านก็ไม่บอกว่า แก้วมณี ตอนนี้อยู่ในท้องนกกระเรียน ความจริงอย่างนี้ท่านบอกไม่ได้ บอกแล้วทำให้คนอื่นเดือดร้อน ท่านไม่ยอมเสียศีล ในที่สุดนายช่างแก้วคิดว่า ต้องเป็นพระติสสะนี่แหละที่เอาแก้วมณีไป จึงไปเอาเชือกเอาไม้มาขันศีรษะ ขันชะเนาะ แล้วก็ใช้ไม้บิดเข้าไป ๆ พระติสสะท่านได้รับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ท่านก็ไม่ยอมบอก พอขันชะเนาะแน่นมาก ๆ เข้าเลือดก็ไหล ไหลมาที่ศีรษะ ไหลออกทางหู ทางปาก จมูก ท่านทนเสวยทุกขเวทนามาก แม้กระนั้นท่านก็ไม่พูด นี่คือพระอริยะ ยอมตายเพื่อรักษาศีล

      เมื่อท่านเสียเลือดมาก ท่านก็ล้มลง เลือดไหลรินไปนกกระเรียนจะมากินเลือด นายช่างแก้วกำลังโมโหอยู่แล้วก็เลยเตะนกกระเรียนทีเดียวแน่นิ่งไป พระติสสะเห็นนกแน่นิ่งไป ก็ถามว่านกนั้นตายแล้วหรือ นายช่างบอกว่า นกตายแล้วรวมทั้งท่านก็จะต้องตายด้วยเหมือนกัน พอรู้ว่านกตายแล้ว พระติสสะจึงบอกความจริงว่าแก้วมณีอยู่ในท้องนกกระเรียนนั่นแหละ เมื่อนายช่างแก้วผ่าท้องนกกระเรียน เขาก็พบแก้วมณีจริง ๆ พอรู้ว่าพระติสสะไม่ได้เป็นผู้เอาแก้วมณีไป เข้าใจผิดทำร้ายท่าน จนท่านเสียเลือดมาก ก็เกิดความสำนึกผิดเข้าไปกราบเท้าขอโทษ พระติสสะก็ยกโทษให้ ถือว่าเป็นเรื่องโทษของวัฏฏะ เป็นเรื่องของกรรมก็ต้องมาเสวยกรรมเพราะว่าท่านต้องมีกรรมในอดีตไว้ จึงต้องมาถูกกกระทำ ท่านเข้าใจจึงให้อภัย

     ต่อมาไม่นานพระติสสะท่านก็มรณภาพ เพราะได้รับบาดเจ็บมาก นายช่างแก้วก็เสียชีวิตเหมือนกัน นกกระเรียนที่ถูกนายช่างแก้วเตะจนตายก็เกิดในครรภ์ของภรรยาของนายช่างนั้นเอง ส่วนนายช่างแก้วนั้นก็ไปตกนรกอำนาจที่ทำกรรมไม่ดีกับพระอริยะไว้ แม้ท่านจะอโหสิกรรมให้แต่ว่าเขาได้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์จึงต้องตกนรกส่วนพระติสสะท่านก็ปรินิพพาน พ้นจากทุกข์ทั้งปวง

                                             พระภาวนาเขมคุณ วิ. (สุรศักดิ์ เขมรังสี)

                                ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์