สาระธรรม

อริยทรัพย์
สาระที่จะนำมาเพิ่มพูนความรู้ สติปัญญา ก็คือ อริยทรัพย์

อริยทรัพย์ หมายถึง ทรัพย์ภายใน สมบัติทางใจ จะมีอยู่ในตัวทุกๆท่าน แต่ต้องปฏิบัติธรรมจึงจะเกิดมี ฉะนั้น  ปฏิบัติธรรมจะไม่แสวงหาทรัพย์ในทางทุจริตผิดศีลผิดธรรม พร้อมกันนั้นการปฏิบัติธรรมก็จะเพิ่มพูนอริยทรัพย์ ซึ่งเป็นนามธรรมในใจให้มีกำลังมากขึ้น หรือที่เรียกว่าทรัพย์ภายในคนที่ต้องทำผิดทำชั่วเพราะเงิน เพราะความอยากได้ เพราะเหตุว่าความไม่พอ หรือความโลภ คำว่า พอ ก่อให้เกิดความสงบสุข ร่มเย็นแก่ชีวิต คำว่าพอจะไม่ก่อทุกข์ ทุกวันนี้คนเรามีทุกข์เพราะคำว่า ไม่พอ ซึ่งมาจากกิเลสคือโลภะความโลภนั่นเอง อริยทรัพย์ที่จะเกิดกับท่านผู้ปฏิบัติธรรมมี ๗ ประการ
               
 ๑.ศรัทธา ทุกท่านที่จะมาปฏิบัติจะสังเกตว่า ศรัทธาจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เข้มแข็งขึ้น มั่นคงขึ้น คำว่าศรัทธา แปลว่า ความเชื่อ ความเลื่อมใส
               
๒.ศีล เป็นเจตนาที่งดเว้นจากการทำชั่วทางกาย วาจา ศีลในทางพระพุทธศาสนาท่านกล่าวว่ามี อินทรียสังวรศีล  คือศีลของผู้ปฏิบัติธรรมแต่ถ้าผิดศีลเมื่อไหร่ก็ต้องไปสู่อบายภูมิ ไม่ว่าผิดศีลข้อไหนเดือดร้อนทั้งนั้น ใครผิดศีลข้อไหนก็แล้วแต่ถือว่าไม่ปกติ เพราะฉะนั้นศีลจึงแปลว่าปกติ คนที่อยู่อย่างปกติก็เพราะว่ามีศีล แต่ถ้าผิดปกติเมื่อไหร่ เราก็เดือดร้อน โทษของการผิดศีลหนักที่สุดก็คือตกนรก
               
๓. หิริ ความละอายบาป คนเราจะมีความละอายนั้นต้องสร้างคุณธรรมให้เกิดจากการปฏิบัติ เพราะถ้าจิตชั่วก็เกิดความไม่ละอายบาป จะทำอะไรก็ได้คิดว่าคนอื่นไม่เห็น แต่โบราณจะสอนว่า คนอื่นไม่เห็น เทวดาเห็น ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่เทวดาแต่เป็นใจเราตัวเราที่รู้ว่าเราทำอะไร คนที่มีหิริจึงไม่ทำบาป ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
               
๔.โอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาป คนที่สะดุ้งกลัวต่อบาปเมื่อรู้ก็จะไม่ทำบาป หิริโอตตัปปะ เป็นคุณธรรม เป็นเทวธรรม ถ้าคนรักษาศีล ตัวเป็นมนุษย์ ใจก็เป็นเทวดา
               
๕.สุตะ หรือ พาหุสัจจะ คือการได้ยินได้ฟังมามาก พาหุสัจจะหรือสุตะนั้นเป็นอริยทรัพย์ เพราะว่าคนที่ได้ยินได้ฟังมากก็จะเปิดหู เปิดตา เปิดโลกกว้างไกล โดยเฉพาะการฟังธรรมจะทำให้ท่านรู้จักบาป บุญ คุณ โทษ รู้ประโยชน์รู้ว่าสิ่งใดเป็นสาระหรือมิใช่สาระเป็นบันไดขั้นต้นของการปฏิบัติธรรม ทำความดี
               
๖.จาคะ การเสียสละออกไป คือ การให้ การบริจาคสิ่งของ การบริจาคทำให้ผู้บริจาครู้สึกเป็นสุขใจสบายที่ได้บริจาค การบริจาคกับการให้ทานก็อยู่ในลักษณะคล้ายๆกัน แต่ในเรื่องของทานนั้นจะมีการเจาะจงผู้รับ กับการไม่เจาะจงผู้รับ การให้เจาะจงผู้รับนั้นเรียกว่า ปุคลิคทาน  คือเจาะจงผู้รับจะมีผลได้บุญน้อยกว่า สังฆทาน คือไม่เจาะจงผู้รับ จะได้บุญมีอานิสงส์มากกว่า
               
๗.ปัญญา พระพุทธเจ้าตรัสว่า “นัตถิ ปัญญา สมา อาภา ความสว่างอื่นใดยิ่งกว่าปัญญาไม่มี” แสงตะวันจะส่องกลางวัน แสงจันทร์จะส่องกลางคืน นอกนั้นก็หมดอานุภาพ แต่ปัญญานี้จะส่องสว่างในใจของทุกท่าน ทุกขณะ และติดตามไปทุกภพทุกชาติด้วย
               
เพราะฉะนั้นปัญญาจึงถือว่าสูงสุดในพุทธศาสนา ท่านทั้งหลายที่ได้มีโอกาสมาปฏิบัติธรรม ถือว่าทุกท่านเกิดภูมิปัญญาคุ้มครองตนเองได้มาก เรียกว่า อริยทรัพย์ ซึ่งจะเกิดกับท่านและอยู่กับท่านตลอดไป
                                                       
เลิกเห็นแก่ตัวเมื่อไร จะสุขใจเมื่อนั้น

                                                       

อาจริยบูชา  อาจารย์เรณู  ทัศณรงค์
                                                                                                   

-----------------------------
ถูกใจกด like หากใช่กด share
การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
 
ยุวพุทธฯบ้านแห่งธรรม 
สถานที่ปฏิบัติธรรมเพื่อทุกวัยของชีวิต
.
.
www.ybat.org
facebook page
line id: @ybat (ใส่ @ข้างหน้า)หรือ https://line.me/R/ti/p/%40ybat
instagram 
youtube 
บริจาคออนไลน์ http://www.ybat.org/donate/add.asp
Line รับบริจาค ID : ybat99