สาระธรรม

พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9


   
         เรื่องราวต่อไปนี้นอกจากจะกล่าวถึงความกตัญญูกตเวทีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูกอันลึกซึ้ง และน่าประทับใจยิ่งนัก โดย พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน ได้บรรยายไว้ได้อย่างซาบซึ้งกินใจ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ลูกๆ ทุกคน ก็รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ที่มีต่อลูกมี 3 หวังคือ
            ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
           ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
          เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
         หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ

ความหวังของแม่ทั้ง 3 หวัง ในหลวงทรงปฏิบัติได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คือ

หวังที่ 1 “ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้

            ใครเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่าเสด็จฯไปในที่ต่างๆ แล้วมีในหลวงทรงประคองเดินไปตลอดทาง เคยเห็นไหม?
ตอนที่สมเด็จย่าเสด็จฯไปไหนเนี่ย มีคนเยอะแยะ มีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงทรงตรัสว่า  "ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง"
ตอนเล็กๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน ไม่ต้องอายใคร เป็นภาพที่ประทับใจมาก เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่ ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จสองข้างทางยกมือขึ้นสาธุ แซ่ซ้อง สรรเสริญ  กษัตริย์ยอดกตัญญู 
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาฯของสมเด็จย่ามาแถลงในที่ประชุมต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นทรงมีพระชนมายุ 93 พรรษา ในหลวงเสด็จฯจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวันไปทำไมครับ ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่ ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ เสด็จฯไปกินข้าวเย็นกับแม่ สัปดาห์ละกี่วันทราบไหมครับ สัปดาห์ละ 5 วัน ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงบ้าง ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง อาจารย์คิดว่า แก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไม สมเด็จย่าหอมแล้ว “ชื่นใจ” เพราะท่านได้กลิ่นหอมจากหัวใจในหลวง  “หอมกลิ่นกตัญญู”  ตัวแม่เอง สมเด็จย่า ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ แต่เป็นคนธรรมดา สามัญชน เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ แต่ในหลวงเกิดมาเป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แต่ในหลวงที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก้มลงกราบคนธรรมดาที่เป็นแม่

หวังที่ 2 “ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
 ดูว่าในหลวงทรงทำกับแม่อย่างไร?
           สมเด็จย่าประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในหลวงเสด็จฯไปเยี่ยมแม่ตอนตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษๆ จึงเสด็จฯกลับ ทรงไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง แม่พอเห็นลูกมาเยี่ยมก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว กลางคืน ในหลวงเสด็จฯไปอยู่กับสมเด็จย่าคืนละหลายชั่วโมง ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน นี่คือสิ่งที่ในหลวงทำ  
คราวหนึ่ง ในหลวงประชวร สมเด็จย่าก็ประชวร  ไปอยู่ศิริราชด้วยกัน อยู่คนละมุมตึก ตอนเช้าในหลวงทรงเปิดประตูออกมา พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลม ผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวงพอเห็นแม่ รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็กกราบทูลว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว
ในหลวงมีรับสั่งว่า “แม่ของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น เราเข็นเองได้”
นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นกษัตริย์ ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าวให้แม่ ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่ “เลี้ยงหัวใจแม่”

หวังที่ 3 “เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ”
             
          วันนั้น ในหลวงเฝ้าสมเด็จย่าอยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน จับมือแม่ กอดแม่ จนกระทั่งแม่หลับ จึงเสด็จฯ กลับพอไปถึงวัง เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ ในหลวงรีบเสด็จฯ กลับไปศิริราช เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง  ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่า กราบลงที่อกแม่ พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่ “ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย” ซบหน้านิ่งอยู่นาน แล้วค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนองต่อจากนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอามือมากุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆ ที่ไกวเปลนี้แหละที่ปั้นลูกจนได้เป็น “กษัตริย์” เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง “ชีวิตลูกแม่ปั้น”  มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวี ค่อยๆ หวีผมให้แม่ หวี หวี หวี หวี ให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่ ให้แม่สวยที่สุด ในวันสุดท้ายของแม่ เป็นภาพที่ประทับใจที่สุด  เป็นสุดยอดลูกกตัญญูหาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว
                                                               
                                                             ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
                                                               
                                                               พันเอก (พิเศษ) ทองคำ  ศรีโยธิน
                            -                    อนุศาสนาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
                            -                    หัวหน้ากองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก
                            -                    ผู้ร่วมริเริ่มก่อตั้งยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
                            -                    นายกยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์