สาระธรรม

การเดินทางเพื่อการค้นพบตนเอง
       
            คนทั้งหลายมีการเดินทางที่ต่างกันไป บางคนเดินทางไกล บางคนเดินทางด้านวัฒนธรรม  บางคนเดินทางด้วยความลำบาก  คนในโลกล้วนเดินทางไปสู่อิสรภาพ อิสรภาพในการพูด ในการเคารพนับถือ อิสรภาพส่วนบุคคลและอิสรภาพทางความคิด  การเดินทางเพื่อค้นพบตนเองให้เรากลับมาใส่ใจกับสิ่งที่มองไม่เห็นภายในใจ หลายครั้งเราเห็นคนทำบางสิ่งบางอย่าง  เราก็ตัดสินเข้าผิดๆ เพราะเราไม่รู้เจตนาของเขา เรามีความมั่นใจในตนเอง  เมื่อเห็นคนทำอะไรบางอย่าง เราก็คิดว่า เขาน่าจะทำอะไรอย่างนั้น แต่จริงๆ เขาอาจไม่ได้ทำอย่างนั้นก็ได้ แต่เป็นเพราะเราไม่รู้วาระจิตของเราเอง  จึงถูกกิเลสที่อาศัยอยู่ในจิตหลอกเอา หากว่าเรามีความฉลาดในการรู้วาระจิตของตนเอง  เราจะรู้ว่า ชีวิต ไม่ได้อยู่เพื่อส่งเสริมกิเลสมานะของตนเอง  ดังนั้น  เราจึงต้องเลือกที่จะไม่ไปยุ่งเรื่องคนอื่น
            หากเราฉลาดในการรู้วาระจิตตนเองจะทำให้เรามีความสุขที่แท้จริง  เราจำต้องควบคุมกิเลสของเรา เมื่อสามารถควบคุมกิเลสได้  เราจะไม่ฟังกิเลสอีกต่อไป แล้วเราจะน้อมใจไปฟังในสิ่งที่ต้องการ แต่ว่าท่านยังกำจัดมันไม่ได้ เพราะว่าเรายังไม่ได้มรรคยาน และผลยาน จึงยังหยุดกิเลสไม่ได้  ด้วยเหตุนี้กิเลสจึงอยู่กับเรา  เราจะต้องรู้วิธีควบคุมมันก่อน อาตมาพบว่าหากเรามีความฉลาดในการรู้วาระจิตของตนเอง  เราจะรู้ว่าชีวิตไม่ใช่เพื่อจะอยู่อย่างมีความสุข และไม่ได้อยู่เพื่อส่งเสริมกิเลสของตนเอง  เราจึงต้องเลือกที่จะไม่ไปยุ่งเรื่องคนอื่นเพราะเป็นเรื่องไม่จำเป็น
            ถ้าเราไม่ฉลาดในการรู้วาระจิตของตนเอง ท่านจะไม่มีทางเป็นนายของตนเองได้ และท่านก็จะเป็นทาสของกิเลสต่อไป  ท่านเคยได้ยินคำนี้ไหม ...เราเป็นนายของชีวิต...  เราใช้คำนี้เมื่อไหร่ เราจะใช้คำนี้เมื่อเราได้สิ่งที่เราต้องการ  เราจึงบอกว่า ลองพิจารณาให้ดีคำว่า ...ฉันเป็นนายของตัวเอง...ใครเป็นนายกันแน่ ...ท่านหรือกิเลส...
            หากท่านใส่ใจในสิ่งที่น่าพึงปรารถนาด้วยโยนิโสมนสิการ  ขณะนั้นเอง โลภะที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนจะโผล่ขึ้นมาแล้วบอกว่า ฉันต้องการ แล้วท่านก็เห็นเหตุปัจจัยที่ทำให้โลภะเกิดขึ้น ท่านจะรู้ว่า นี่ไม่ใช่ฉันที่ต้องการ ดังนั้นยิ่งท่านรู้จักใจมากเท่าไหร่ ท่านจะรู้จักกิเลสของท่านมากเท่านั้น ท่านจะรู้ว่าโลภะก็คือโลภะ ๆ ไม่ใช่ของท่าน ถ้าหากท่านมองกิเลสว่าเป็นคนแปลกหน้า และรู้เหตุที่ทำให้มันเกิด เราจะเป็นผู้ฉลาดในการรู้วาระจิตตนเอง
            เหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝนให้ฉลาดในการรู้วาระจิตของตนเอง  เมื่อท่านเป็นผู้ฉลาดในการรู้วาระจิตของตน ท่านจะรู้ว่าไม่มีตน นี่คือการเดินทางสู่การค้นพบตนเอง และเมื่อเราเดินทางสายนี้ต่อไป เราจะสามารถแยกสองสิ่งออกไปได้ และนั่นคือการเดินทางไปสู่ความไม่มีตัวตน
            อาตมามีความปรารถนาว่าคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เราจะใช้การเดินทางนี้ไปสู่ที่สิ้นสุด เราได้เดินทางมามากมายในชีวิตอย่างที่พระพุทธองค์ได้ตรัสเอาไว้ว่า  สังสารวัฏหาที่ตั้งและจุดจบไม่ได้ ไม่เพียงชาตินี้เท่านั้นชาติก่อนๆ ที่ผ่านมาในสังสารวัฏ เราก็ได้เดินทางไปอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้  เพราะเหตุใด เราจึงเดินทางไปสู่ที่สิ้นสุดไม่ได้  เหตุใดเราจึงไม่สามารถกระทำถึงที่สุดแห่งการเดินทางให้เกิดขึ้น  เพราะว่าเราเดินทางไปสู่การพอกพูนชื่อเสียง และไขว่คว้าหากามคุณ ซึ่งเป็นการเดินทางที่หาที่สุดไม่ได้ เหตุใดบุคคลทั้งหลายจึงไขว่คว้าหากามคุณเหล่านั้น  เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เร้าใจและดึงดูดใจ เราจึงไล่ตามไขว่คว้าให้ได้ และที่เราไขว่คว้าหากามคุณ แล้วก็ยังเป็นทุกข์เพราะสิ่งนี้ บางครั้งอยากจะถอนตัวออกจากสิ่งนี้แต่ก็ทำไม่ได้
.....ทำไม….
            เพราะว่าการปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้นไม่ได้ดึงดูดใจ ไม่เร้าใจ  ทำให้เราไม่สามารถอยู่กับการเจริญสติ  สมาธิภาวนาได้  เราทุกคนควรทราบธรรมชาติของใจ กิเลสของเราก็มีความพึงพอใจที่จะไล่หากามคุณอารมณ์  ไม่ใช่ตัวตนของเราที่ชอบ แต่เป็นเพราะกิเลสชอบ กิเลสนั้นเป็นแรงผลักดัน แล้วเราก็หลงทำตามมัน ถึงแม้เรารู้ว่ากัมมัฏฐานเป็นประโยชน์  แต่นิสัยที่เราพอกพูนไว้ในสังสารวัฏทำให้เราปฏิบัติกัมมัฏฐานได้ยาก และการที่เราไม่สามารถทำให้การเดินทางสิ้นสุดลงได้เพราะกิเลสนั่นเอง
            ถ้าเราไม่เห็นกิเลส เราก็ไม่สามารถหยุดการเดินทางในสังสารวัฏได้
...แม้ว่าเราจะเดินทางมามากมายแต่อาตมาก็อยากให้เราเดินทางไปสู่เส้นทางหนึ่ง ซึ่งเราควรจะได้เดินอยู่ในเส้นทางนั้น  เส้นทางนั้นคือ การเดินทางเพื่อการค้นพบตนเอง.... หากท่านรู้สิ่งต่างๆ มากมายแต่ไม่รู้ว่า ท่านคือใคร ก็ไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ ไม่สามารถไปสู่การเดินทางที่สิ้นสุดได้
            เพราะฉะนั้น อาตมาจึงอยากให้เราเดินทางไปสู่เส้นทางที่มีจุดจบ และนั่นคือการเดินทางสู่การค้นพบตนเอง เราจะต้องเป็นผู้ฉลาดในการรู้วาระจิตตนเอง สิ่งนี้จะช่วยให้เราเห็นกิเลสว่าไม่ใช่ตัวเราและเราจะสามารถหยุดการเดินทางในสังสารวัฏได้
           
           ขออำนวยพรให้ทุกท่านหลุดพ้นจากความทุกข์  ขออำนวยพรให้ทุกท่านรู้แจ้งและเห็นแจ้งพระธรรมในปัจจุบันชาตินี้
                                                           
                                                   พระอาจารย์เรวตภิกขุ
                        ประธานกัมมัฏฐานาจริยะ ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติพะเอ้า ตอยะ
จากหนังสือ การเดินทางเพื่อการค้นพบตนเอง  การบำเพ็ญบารมีให้บริบูรณ์ในชีวิตประจำวันและ อันเตวาสิก
                                  
 
                                        ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์