สาระธรรม

ทำไม.... ใจ....จึงเป็นทุกข์
        

            การที่ใจเป็นทุกข์  เพราะใจดำริ  ท่านว่า  ทุกข์เกิดจากดำริถึง  ดำริถึงอะไร ๆ ที่ทำให้ใจเป็นทุกข์  เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์เกิดจากการดำริ ไปดำริถึงคนด่าเรา  แล้วเราก็ขัดใจในตัวเขา เราก็ทุกข์  ดำริถึงคนที่รักเรา  แล้วเขาจากเราไป  ใจเราก็เป็นทุกข์
            ฉะนั้น ใจดำริถึงเรื่องที่ทำให้ใจทุกข์  ใจเลยทุกข์ เวลาใจดำริถึงสิ่งที่ทำให้ใจทุกข์   คนที่ทำให้เราทุกข์อยู่ข้างนอก เราคิดถึงคนคนนั้นเวลาใด เราก็ทุกข์ใจทุกข์ครั้ง มีใครคนหนึ่งมาแกล้งเรา  มายื้อแย่งของรักเราไปดำริถึงเขาเวลาใด  ทุกข์ใจทุกที
            พอเราดำริถึงคนคนนั้น แล้วเราทุกข์ข้างใน  คนคนนั้นอยู่ข้างนอกส่งใจออกไปหาคนนั้นข้างนอก  แล้วกลับมาทุกข์ใจที่ข้างใน  พอทุกข์ใจข้างใน  มองใจที่กำลังเป็นทุกข์ ขณะมองใจที่กำลังเป็นทุกข์ เราต้องมองข้างใน  พอมองข้างในใจก็จะหยุดคิดถึงคนคนนั้นที่อยู่ข้างนอก เมื่อเราไม่คิดถึงคนข้างนอก  เราจะเป็นทุกข์ต่อไหม เป็นทุกข์หรือไม่  ไม่ทุกข์แล้ว
         
  
           มองใจอย่างเดียวก็ดับทุกข์ได้แล้ว
  ไม่ต้องไปแก้ไข ไม่ต้องไปทำอะไรทั้งหมด ความโกรธเกิดขึ้นข้างใน มองดูใจที่กำลังโกรธ  ไม่ใส่เชื้อโกรธ  โกรธก็จะดับเอง  อะไรเป็นเชื้อทุกข์ ก็คือการดำริ  ดำริถึงคนที่ทำให้ใจทุกข์ครั้งหนึ่ง เติมเชื้อทุกข์ลงไปครั้งหนึ่ง  ถ้าเรามานั่งเฝ้าดูใจที่มันกำลังทุกข์ เหมือนกับนั่งเฝ้ากองไฟ  พอนั่งเฝ้าใจ ดูใจ มันก็จะไม่ไปเติมเชื้อไฟ  ไม่ไปคิดถึงคนที่ทำให้เราทุกข์
         
  
           ถามว่า
 ทุกข์ตัวใหม่จะตามมาไหม  และทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้วจะมอดไหม  ไม่นานเดี๋ยวก็มอดไหม้  เฝ้าใจไว้ ถ้าดูใจทัน  แก้ปัญหาใจได้   ใจที่กำลังเป็นทุกข์  เห็นใจที่กำลังเป็นทุกข์ ไม่ดำริถึงเรื่องที่ทำให้ใจทุกข์  แล้วทุกข์ทางใจก็จะหมดไป
           
           มองเห็นใจที่กำลังหงุดหงิด  ไม่คิดถึงเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเดี๋ยวความหงุดหงิดก็หายไป มองถึงใจที่กำลังน้อยใจ เคยไหมน้อยใจ น้อยใจเป็นสุขหรือเป็นทุกข์  มองความรู้สึกน้อยใจ เลยไม่คิดว่าเขาทำอะไรๆ ให้เราต้องน้อยใจ ก็เลยหยุดน้อยใจ
            การเข้าถึงธรรม ทำให้ธรรมะมีอานุภาพ ก็คือ การเข้าถึงใจของตัวเรา ซึ่งถือว่าเป็นปัจจุบันธรรมที่ปรากฏ ใจเกิดขึ้นแต่ละทาง ๆ ความรู้สึกเกิดขึ้นแต่ละความรู้สึก พอมีความรู้สึกเกิดขึ้นแต่ละความรู้สึก  มองความรู้สึกจนเห็นความรู้สึกตามความเป็นจริง
           
            พระพุทธเจ้าท่านเข้าถึงธรรม  ท่านเข้าถึงตรงนี้ พระอริยสาวกทุกองค์เข้าถึงธรรมก็เข้าถึงตรงนี้ หมายความว่า
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนดับไปเป็นธรรมดา  
           เข้าไปสำรวจตรวจดูใจตัวเองบ่อยๆ  เข้าไปเห็นปัจจุบันธรรมที่ปรากฏเกิดขึ้นกับตัวเราบ่อยๆ แล้วเข้าไปเห็นความเป็นจริงของสัจธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเราบ่อยๆ  จะเกิดการปล่อยวาง ใจจะว่าง  ใจจะไม่เป็นทุกข์
            การจะเข้าถึงธรรมตรงนี้ได้ เข้าถึงได้ด้วยใจที่มีสติสัมปชัญญะ ต้องเจริญสติ ต้องอบรมจิตให้เกิดปัญญา แล้วเราจะเข้าถึงธรรม แล้วอานุภาพแห่งธรรมจะรักษาเรา จะทำให้ใจเราไม่เป็นทุกข์

           
            ขออำนาจอานุภาพแห่งธรรมช่วยดับทุกข์ให้ทุก ๆ ท่านที่กำลังทุกข์และท่านผู้อ่านในยามที่เป็นทุกข์ ขอให้ดับทุกข์เป็น แก้ไขปัญหาชีวิตได้ ขอให้รอดปลอดภัยจากวิกฤตมหันตภัยและโรคาพยาธิทั้งหลายทั้งปวง  ด้วยกันทุก ๆ ท่านเทอญ
                                               
                                             ขอเจริญพร
                                  พระอาจารย์ มานพ   อุปสโม 

                                 (จากหนังสือ อานุภาพแห่งธรรม)         
             

                     ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์