สาระธรรม

จิตเปรียบได้กับน้ำในทะเลสาบ


     
       จิตเปรียบได้กับน้ำในทะเลสาบ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เราอาจเปรียบจิตของเรากับทะเลสาบที่มีทั้งดอกบัวบานสะพรั่งกับพืชและสัตว์น้ำอื่นๆ  หากเรามีทะเลสาบกว้างใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำใสสะอาดบริสุทธิ์ เราก็จะมีสิ่งแวดล้อมที่เขียวชอุ่มให้ผู้คนโดยรอบได้พึ่งพิงอาศัย จิตของเราเปรียบได้กับน้ำใสบริสุทธิ์  ส่วนทะเลสาบก็เหมือนร่างกายของคนเรา ลองนึกภาพดู  หากน้ำในทะเลสาบเกิดมีรูรั่วไหลซึมออกไป  ทะเลสาบนั้นย่อมจะค่อยๆ เหือดแห้งลง ทั้งกอบัวงามสล้างกับพืชและผู้คนก็หมดที่พึ่งพิงอาศัย ขอย้ำถึงคำว่า “รูรั่ว” ซึ่งหมายถึงการที่น้ำไหลรั่วออกไป  โดยเราไม่ทันรู้ไม่ทันเห็น จึงไม่ทันคิดว่าจะต้องอุดรูรั่วนั้น 
     
      หากใครเกิดความกังวลหรือความกลัวขึ้นมา ความกังวลนั่นเองที่ทำให้พลังของเขารั่วไหลออกไป จนกระทั่งบุคคลผู้นั้นหมดเรี่ยวแรงลงในที่สุด อันจะส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพกายของเขาอีกด้วย   ด้วยเหตุนี้เอง การอุดไม่ให้พลังของจิตใจรั่วไหลออกไปจึงสำคัญยิ่ง เหมือนกับการที่เราพยายามปกป้องกอบัวสล้างกับพืชและสัตว์น้ำ  เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ให้สะอาดและน่ารื่นรมย์  เช่น เดียวกับทะเลสาบความคิดต่างๆ จะเดินขบวนเข้ามาในจิตใจของเราตลอดทั้งวัน 
   
      โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจจะคิด  เป็นเหตุให้จิตของเราหมดเรี่ยวแรง พอหมกมุ่นอยู่กับความฟุ้งซ่านไปได้สัก 20-30 นาทีเราจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย  แล้วเราทำอย่างไรต่อไป ?  เราก็ผลักไสมันไปหมกเอาไว้แล้วถอนหายใจ  การทอดถอนใจนี่แหละ  คืออาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังหมดเรี่ยวแรง  บางครั้งเรานอนไม่หลับ เพราะพลังจิตมันรั่วออกไป ความหงุดหงิดขุ่นเคืองระหว่างงานก็เป็นรูรั่ว ความปั่นป่วนร้อนอกร้อนใจในขณะทำงานก็เป็นรู้รั่ว  ซึ่งล้วนแต่ทำให้หมดเปลืองพลังของจิตใจ  แต่ที่เราไม่รู้ตัวก็เพราะมันเป็นเพียงแค่รูรั่วเล็กๆ เท่านั้น
                  
                        จากหนังสือเรียนรู้และเจริญสติแบบสบายๆ

                         
                           
พระอาจารย์ ดร.คำหมาย ธัมมสามิ
                           เจ้าอาวาส วัดพุทธวิหารอ๊อกซ์ฟอรด์ 

       
               ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์