สาระธรรม

ชีวิตนี้เพื่อสิ่งใด
         


           ชีวิตของทุกคนต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าทรัพย์สมบัติ  ยศฐาบรรดาศักดิ์ สามี ภรรยา ลูกหลานบริวาร ทุกๆ อย่างในชีวิตล้วนเป็นของชั่วคราว  ดังนั้น มีก็มีให้เป็น อย่ามีด้วยความเป็นทุกข์ ทรัพย์สมบัติก็มีไว้เพื่อพอใช้ พออาศัย ในเมื่อเชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรมว่ามีจริง ภพหน้าชาติหน้ามีจริงเช่นนี้  ก็ควรสั่งสมบุญกุศลให้สืบต่อไปในภายหน้า  ชีวิตของเราทั้งหลายไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ชาตินี้  เราจะมาหลงยึดมั่นถือมั่นจริงจังอะไรกันหนักหนากับสิ่งชั่วคราวเหล่านี้  ชีวิตเป็นของชั่วคราว  ต้องเวียนว่ายตายเกิด  เราจึงควรพิจารณาว่า ในขณะที่ลมหายใจยังมีอยู่นี้  เราควรมีชีวิตเพื่อสิ่งใด
           
           ผู้รู้ต้องลงมือ ปฏิบัติ การที่จะทำให้จิตใจมีความรู้ เป็นผู้เห็นแจ้ง เป็นผู้ละกิเลสได้ก็ต้องลงมือปฏิบัติ ต้องเพียรพยายามปฏิบัติธรรม จึงเป็นเรื่องของการปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เรื่องของการอ่าน การฟัง การพูดไปเฉยๆ ธรรมะไม่ได้อยู่ในตำรา ไม่ได้อยู่ในครูอาจารย์ ไม่ได้อยู่ในวัด ไม่ได้อยู่ที่ไหนอื่น แต่อยู่ในตน การรู้จักธรรมะ ก็คือการรู้ในตนเอง  ในวันหนึ่งๆ ที่เรามีชีวิตอยู่ ถ้าเราขาดสติที่จะรู้เท่าทัน เรียกว่าเราประมาท  ประมาทเพราะว่าเราปล่อยให้กิเลสท่วมทับจิตใจตนเอง
           
           
ผู้ประมาทจึงชื่อว่าผู้ที่ตายแล้ว  ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย  เพราะว่าคนตายเจริญสติไม่ได้ ไม่มีโอกาสเจริญกุศล เจริญสติ รู้เท่าทัน คนมีชีวิตอยู่ ถ้าประมาท ก็เท่ากับคนตายเหมือนกัน
                                   
                              พระภาวนาเขมคุณ วิ.( พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี)
                           
                           ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์