คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  หมวด ๑ | วิธีการสมัคร ระเบียบการ

๑. สนใจเข้าปฏิบัติธรรมต้องทำอย่างไรบ้าง?

ตอบ : ผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรม แต่ยังไม่เคยติดต่อกับยุวพุทธฯ สามารถทำได้ดังนี้
๑. ขอรายละเอียดโครงการ ตามประเภทหลักสูตรดังนี้
    - หลักสูตรสำหรับเด็กและเยาวชน
    - หลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไป ที่สอนโดยพระวิปัสสนาจารย์ และฆราวาส
    - หลักสูตรสำหรับพระสงฆ์
    - หลักสูตรปฏิบัติธรรมวันเดียว
    - หลักสูตรเบื้องต้น
    - หลักสูตรเข้มข้น
๒. กรอกใบทะเบียนประวัติและใบสมัคร
๓. แนบหลักฐานการสมัคร ส่งพร้อมเอกสารในข้อ ๒ กลับมายังยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ

๒. สามารถส่งใบสมัครโดยวิธีใดได้บ้าง?

ตอบ : โดยส่งไปยัง ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สำนักงานใหญ่ (เพชรเกษม ๕๔) เพียงแห่งเดียว สามารถสมัครได้ ๓ ทาง
๑. สมัครผ่าน Website
๒. จัดส่งทางไปรษณีย์
๓. ติดต่อที่ยุวพุทธด้วยตนเอง

๓. หลักสูตรใดบ้างที่เต็มแล้ว หลักสูตรใดบ้างที่สามารถสมัครได้?

ตอบ : ท่านสามารถตรวจสอบหลักสูตรต่างๆ ได้ที่นี่

๔. หากไม่ยืนยันเข้าอบรม มีผลอย่างไร?

ตอบ : หากท่านไม่ยืนยันการเข้าอบรมรุ่นต่างๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนดให้ ยุวพุทธฯ จะถือว่าท่าน สละสิทธิ์ในการเช้าอบรมครั้งนั้นๆ และจะรับผู้สมัครสำรองเข้าปฏิบัติธรรมแทน โดย
ท่านไม่สามารถส่งคนอื่นเข้าปฏิบัติธรรมแทนได้ หลักสูตรที่ยังไม่ปิดรับสมัครสามารถสมัครและยืนยันได้จนกว่าจะเต็ม

๕. หลักสูตรที่เต็มแล้ว สามารถสมัครสำรองไว้ได้หรือไม่?

ตอบ : ได้ โดยท่านสามารถส่งเอกสารการสมัครเข้าไปตามปกติ และเขียนหัวใบสมัครว่า "สำรอง" และเจ้าหน้าที่จะไม่ออกใบตอบรับให้ท่าน แต่ให้ท่านโทรสอบถามก่อนวันเปิดโครง
การนั้นๆ ๓ วันว่าท่านสามารถจะเข้าปฏิบัติธรรมได้หรือไม่

๖. หากท่านไม่สมัครล่วงหน้า จะถือกระเป๋าไปรอในวันเปิดโครงการได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่แนะนำให้ถือกระเป๋าไปรอ เนื่องจากแต่ละรุ่น ยุวพุทธฯ รับสมัครผู้สนใจไว้เต็มจำนวนและได้รับผู้สมัครสำรองไว้แล้ว

๗. การสมัคร ต้องส่งใบสมัครล่วงหน้ากี่วัน?

ตอบ : ตามช่วงเวลาที่ระบุไว้ใน ตารางปฏิบัติธรรม
เดือน ๑ - ๓ สมัครเดือน ๑ พ.ย. เป็นต้นไป
เดือน ๔- ๖ สมัครเดือน ๑ ม.ค. เป็นต้นไป
เดือน ๗ – ๙ สมัครเดือน ๑ เม.ย. เป็นต้นไป
เดือน ๑๐ – ๑๒ สมัครเดือน ๑ ก.ค. เป็นต้นไป

**หมายเหตุ – หลักสูตรเยาวชน อายุ7-10 ปี / 11 – 13 ปี ที่เริ่มเดือนเมษายน รับสมัครวันที่ 1-31 มกราคม และ ที่เริ่มเดือนตุลาคม รับสมัครวันที่ 1-31 กรกฎาคม โดยการส่งเอกสารสมัครทางไปรษณีย์เท่านั้น ( ใบสมัครเฉพาะหลักสูตร )

๘. ส่งใบสมัครทาง fax ได้หรือไม่?

ตอบ : ทางยุวพุทธฯ ไม่รับใบสมัครทาง Fax เนื่องจากการส่งเอกสารของ Fax ไม่ชัดเจน

๙. เสียค่าใช้จ่ายในการอบรม อย่างไรบ้าง?

ตอบ : หลักสูตรทั่วไปของยุวพุทธฯ ไม่ได้เก็บค่าลงทะเบียน หรือค่าใช้จ่ายจากผู้เข้าปฏิบัติธรรม ยกเว้นในบางหลักสูตร ซึ่งสมาคมจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้าก่อน
ทำการยืนยันเข้าร่วมอบรม และแจ้งไว้ในระเบียบโครงการ ท่านสามารถสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หรือกิจกรรมบุญอื่นๆ ดูรายละเอียดได้ที่นี่

๑๐. ได้ทำการยืนยัน หรือ ยกเลิก อย่างใดอย่างหนึ่ง ในหน้าเว็บไซต์แล้วต้องการแก้ไข ทำอย่างไร?

ตอบ : รบกวนผู้สมัครโทรมาแจ้งหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ไม่สามารถแก้ไขได้เอง

๑๑. สมัครทางหน้าเว็บไซต์ต้องการทำการยืนยัน หรือ ยกเลิก ทำอย่างไร?

ตอบ : เข้าหน้าเว็บไซต์ยุวพุทธ คลิกที่หน้าสมัครปฏิบัติธรรม ใส่ password และ username กด login เข้าระบบ
และคลิกที่ยืนยันเข้าปฏิบัติธรรม นำเม้าท์ไปคลิกตรงคำว่า ยืนยัน หรือ ยกเลิก หลังชื่อหลักสูตรที่ต้องการดำเนินการ

๑๒. สามารถขอหนังสือรับรองการเข้าอบรมจากยุวพุทธ ได้หรือไม่?

ตอบ : ได้

๑๓. หากต้องการส่งบุคลากรเข้าอบรมเป็นกลุ่ม ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : หน่วยงานที่ต้องการส่งบุคลากรเข้าอบรมเป็นกลุ่มเฉพาะ สามารถจองตารางการอบรมได้ โดยหน่วยงานต้องทำหนังสือถึงผู้บริหารสมาคมเพื่อพิจารณาตอบรับล่วงหน้า

๑๔. หากต้องการสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพของสมาคม ต้องทำอย่างไร ?

ตอบ : ท่านสามารถกรอกใบสมัครได้ที่ยุวพุทธิกสมาคมเท่านั้น เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และชำระเงิน 550 บาท หรือโอนเงินเข้าบัญชียุวพุทธฯ และส่งรายละเอียดใบสมัครสมาชิก และ สำเนาใบโอนเงิน ถึงแผนกรับบริจาค

๑๕. หลักสูตรต่างๆ ที่สมัครแล้วนั้น มีกำหนดการอย่างไรบ้าง?

ตอบ : ท่านสามารถตรวจสอบตารางเวลา และกำหนดการของโครงการ ได้จากเอกสารรายละเอียดโครงการ ที่นี่

๑๖. ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าปฏิบัติธรรม ?

ตอบ : ๑. รักษาสุขภาพ พลานามัยให้สมบูรณ์แข็งแรง
๒. ปล่อยวางภารกิจทั้งปวง ตลอดจนตัดความกังวลในเรื่องการงาน ครอบครัว และเรื่องอื่นๆ
๓. ฝากงาน หรือกิจธุระกับผู้ที่จะพูดคุยให้เสร็จสิ้น เมื่อเข้าปฏิบัติแล้วไม่พูดคุย ไม่ติดต่อกับใครเลย
๔. ตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งสอนของวิทยากร และระเบียบของโครงการตลอดโครงการ
๕. ตั้งใจว่าเราจะเข้าปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกหัดขัดเกลากิเลสของตน พึงละทิ้งยศ ศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่ และความรู้ต่างๆ ไว้ที่บ้าน และทำตนเป็นผู้อยู่ง่าย กินง่าย

  หมวด ๒ | อาหาร ที่พัก การแต่งกาย

๑. ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ต้องแต่งกายอย่างไร ?

ตอบ : เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อวิทยากร ครูอาจารย์ และให้เกียรติสถานที่ ผู้เข้าปฏิบัติธรรมพึงแต่งกาย ดังนี้
ท่านสุภาพบุรุษ
    - สวมเสื้อสีขาว และกางเกงขายาว ไม่สวมกางเกงขาสั้น ขาสามส่วน ไม่คาดผ้าขาวม้า
ท่านสุภาพสตรี
    - สวมชุดสีขาว กางเกงขายาว หรือผ้าซิ่นผ้านุ่งสีขาวยาวปิดตาตุ่ม
    - หลักสูตรที่สอนโดยพระวิปัสสนาจารย์ สวมผ้าถุง ห่มผ้าสะไบ ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดรูป ผ้าเนื้อบาง เสื้อคอกว้าง

๒. การรับประทานอาหาร ระหว่างปฏิบัติธรรม ต้องปฏิบัติอย่างไร ?

ตอบ : ท่านไม่ต้องนำอาหารมา ทางสมาคมจัดเตรียม อาหารมังสวิรัติให้ท่านรับประทาน วันละ ๒ - ๓ มื้อ ตามระเบียบของแต่ละโครงการ
    - ศูนย์ ๑ และ ศูนย์ ๓ เป็นอาหารแบบบุฟเฟต์ ผู้ปฏิบัติธรรมรับประทานพร้อมกันที่โรงอาหาร
    - ศูนย์ ๒ มีบริการส่งอาหารปิ่นโต รับประทานในห้องพักของแต่ละท่านเพียงลำพังและอาหารแบบบุฟเฟต์ เพื่อรับประทานพร้อมกันที่โรงอาหาร
    - ศูนย์ ๔ สมาคมจัดเตรียมอาหารและน้ำปานะไว้ที่โรงอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมบริการตนเองตามอัธยาศัย

๓. ห้องพักเป็นแบบไหน มีเครื่องปรับอากาศหรือไม่ ?

ตอบ : ศูนย์ ๑ ห้องพักเป็นห้องปรับอากาศ (พักรวม)
    - อาคารธรรมนิเวศ เป็นเตียง ๒ ชั้น พักรวมประมาณห้องละ ๔๐ คน
    - อาคารสิริ กรินชัย เป็นเตียง ๒ ชั้น พักรวมประมาณห้องละ ๘๐ คน
ศูนย์ ๒ เป็นห้องพักเดี่ยว มีห้องน้ำในตัว พัก ปฏิบัติ และรับประทานอาหาร ในห้องของแต่ละท่านห้องพักเป็นห้องธรรมดา
ศูนย์ ๓ เป็นห้องพักรวมไม่มีแอร์ (พักรวม)
ศูนย์ ๔ เป็นกุฎิ พักเดี่ยว

๔. ห้องปฏิบัติธรรม เป็นแบบไหน ปฏิบัติอย่างไร ?

ตอบ : ศูนย์ ๑ ,๓ ห้องปฏิบัติธรรมเป็นห้องโถงใหญ่ ปรับอากาศ หลักสูตรพื้นฐานเป็นหลัก ผู้ปฏิบัติธรรมจะปฏิบัติธรรมรวมในห้องนี้โดยมีวิทยากรนำ
ศูนย์ ๒ ห้องปฏิบัติธรรมเป็นห้องปรับอากาศใช้สำหรับแนะนำการปฏิบัติและทำวัตรสวดมนต์ เช้า เย็น และการฟังธรรม
ศูนย์ ๓ ห้องปฏิบัติเป็นห้องปรับอากาศ ปฏิบัติรวม
ศูนย์ ๔ เป็นหลักสูตรเข้มข้น มีทั้งปฏิบัติเดี่ยว และปฏิบัติรวม
ศูนย์ ๕ เป็นศาลาเอนกประสงค์ (ไม่มีที่พัก)

๕. หากเจ็บป่วยระหว่างปฏิบัติธรรม จะทำอย่างไร?

ตอบ : หากท่านมีอาการเจ็บป่วยระหว่างปฏิบัติธรรม กรุณาแจ้งวิทยากร หรือเจ้าหน้าที่

๖. สามารถซักเสื้อผ้าระหว่างการปฏิบัติธรรมได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่อนุญาต
- ส่วนหลักสูตรระยะยาว เช่น ๑๕ วัน ทางยุวพุทธฯจะมีบริการซักรีดให้ท่าน โดยร้านซักรีดภายนอกท่านส่งเสื้อผ้าซักได้ แล้วชำระค่าบริการเมื่อจบโครงการ

  หมวด ๓ | การสนับสนุนสมาคม

๑. สนใจ ต้องการสนับสนุนงานของสมาคม ต้องทำอย่างไร?

ตอบ : การจะเข้ามาเป็นส่วนร่วมและสนับสนุนงานบุญของสมาคมทำได้หลายวิธี อาทิเช่น
๑. สนับสนุนด้านปัจจัย เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน หรือกิจกรรมบุญอื่นๆ ดูรายละเอียดได้ที่นี่
    - ร่วมเป็นเจ้าภาพโครงการวิปัสสนากรรมฐาน
    - สนับสนุนกองทุนวิปัสสนากรรมฐาน
    - สนับสนุนกิจกรรมบุญอื่นๆ

๒. สนับสนุนด้านกำลัง หรือ ทางปัญญา โดยเป็นจิตอาสา หรือช่วยงานอื่นที่ท่านถนัด
    – ท่านที่สนใจสามารถลงชื่อได้ที่นี่สมัครเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยงานสมาคม
ในแต่ละปี สมาคมจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆกว่า ๒๐๐ หลักสูตร เฉพาะกำลังของเจ้าหน้าที่ มีไม่เพียงพอ ดังนั้นกำลังจากอาสาสมัครผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยกำลังศรัทธา จึงมาช่วยเติมเต็มให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี .......สนใจติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล

๓. ร่วมเป็นสะพานบุญช่วยเผยแผ่ข้อมูลข่าวสารของสมาคม ผ่านทาง facebook , line , e-mail เพื่อส่งต่อข้อมูล ข่าวสารของสมาคมไปยังญาติพี่น้อง เพื่อน เป็นการช่วยเผยแผ่ธรรมะเป็นธรรมทานอีกทางหนึ่ง คลิกเพื่อสมัครร่วมกลุ่มสะพานบุญ เพื่อรับข่าวสาร แชร์. แนะนำ บอกต่อ

๒. สนใจอยากร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพโครงการปฏิบัติธรรม ต้องทำอย่างไร ?

ตอบ : ท่านที่มีความประสงค์ร่วมทำบุญร่วมเป็นเจ้าภาพ
- สามารถดาวน์โหลดใบแจ้งความจำนงบริจาค ได้ที่นี่
- ส่งธนาณัติ สั่งจ่าย "ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ" ปณ.บางแค 10160
- หรือ เช็คขีดคร่อมในนาม "ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ"
- หรือ ตู้ ATM ธ.ไทยพาณิชย์ ทุกสาขา
- หรือ โอนเงินเข้าบัญชี“ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยฯ”
    ธ.กรุงเทพฯ สาขาท่าพระ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 141-0-74600-0
    ธ.กสิกรไทย สาขาภาษีเจริญ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 034-2-69529-9
    ธ.กรุงไทย สาขาภาษีเจริญ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 025-1-34213-1
    ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาซีคอนบางแค บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 232-2-18801-5

**หมายเหตุ กรณีโอนเงินเข้าบัญชี กรุณาส่งสำเนาใบนำฝาก (PAY IN) พร้อมใบแจ้งความจำนงบริจาคไปที หมายเลขโทรสาร (Fax) 0-2413-3131
หรือ email: donate@ybat.org เพื่อสมาคมจะได้ออกใบอนุโมทนาบัตรส่งให้ท่าน

๓. อนุโมทนาบัตรของยุวพุทธ ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง?

ตอบ : อนุโมทนาบัตรของยุวพุทธได้รับการยกเว้นภาษี ตามประกาศกระทรวงการคลัง ลำดับที่ ๑๑๗ ท่านผู้บริจาคเงินเงิน สามารถนำอนุโมทนาบัตรไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้ ทั้ง
ในนามบุคคลหรือนามนิติบุคคล

๔. สามารถร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการ เป็นอาหาร หรือเครื่องดื่มได้หรือไม่?

ตอบ : ได้ โดยโทรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ว่าจะมีหลักสูตรในวันใด และท่านจะสนับสนุนในวันใด เวลาใด เพื่อจะได้จัดเตรียมอาหาร หรือเครื่องดื่มได้อย่างพอเพียงต่อผู้ปฏิบัติธรรม

๕. การนำขนม-ผลไม้ มาเลี้ยงผู้ปฏิบัติธรรมทำอย่างไร?

ตอบ : ก่อนอื่น ท่านต้องโทรมาสอบถามเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเพื่อทราบจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ หลังจากนั้นจอง วัน-เวลา ถ้าทราบชนิดของขนม-ผลไม้ ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่
ได้เลย แต่ถ้ายังไม่ทราบ ให้จองวัน-เวลาไว้ก่อน แล้วโทรมาแจ้งทีหลังล่วงหน้า 2 วันก่อนจะถึงวันเลี้ยง เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทำป้ายเจ้าภาพไปติดที่ ชั้น 2 อาคารธรรมนิเวศ หรือ ชั้นล่าง อาคารสิริ กรินชัย(ตามโครงการที่เจ้าภาพแจ้งความประสงค์ไว้)และในวันที่นำขนม-ผลไม้มา อย่าลืมมาเขียนใบบริจาคสิ่งของที่เคาน์เตอร์ต้อนรับด้วย เพื่อทางสมาคมจะได้ทำจดหมายขอบคุณส่งกลับไปให้